กลับสู่ด้านบน

tanaporn

อันตราย!! ใช้เครื่องอาบแดดเทียม เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง

ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง จากการใช้เครื่องอาบแดดด้วย รังสี UV      ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พบผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง เพิ่มขึ้น โดยสาเหตุเกิดจากเครื่องอาบแดดเทียม ที่ใช้รังสียูวี เปลี่ยนสีผิว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่มีความอันตรายอย่างมาก โดยองค์การเพื่อสุขภาพแห่งสหประชาชาติ (International Agency for Research on Cancer) ได้จัดให้อุปกรณ์อาบแดดเทียม ด้วยรังสียูวี เป็นสารก่อเกิดมะเร็งในมนุษย์ เมื่อปี พ. ศ. 2552 แต่ถึงกระนั้นการใช้เครื่องดังกล่าว ฯ ยังคงเป็นที่นิยมในแถบประเทศตะวันตก โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงสาว     หลักฐานใหม่เกี่ยวกับผลเสียที่เกิดขึ้นของเครื่องอาบแดดด้วย รังสี UV (Sunbed)      การศึกษาได้ดำเนินการทดสอบกับสตรีชาวนอร์เวย์จำนวน 141,000 คน ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยที่ 14 ปี  ผลพบว่าผู้หญิงที่อายุมี 30 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังเพิ่มมากขึ้น เมื่อใช้เครื่องอาบแดดเทียม ถึง 32 %   ที่ส่งผลต่ออัตราการเกิดเนื้องอกที่ผิวเพิ่มขึ้น […]

ผลการวิจัยชี้!! อารมณ์มีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

ผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่ใช้เครื่องสำอาง จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์  ด้วยเหตุผลทางอารมณ์ มากกว่าการเลือกโดยพิจารณาในด้านสรรพคุณของผลิตภัณฑ์          ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัย Basque Country (UPV / EHU) แสดงให้เห็นว่า คนที่ซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จะใช้เหตุผลด้านอารมณ์เป็นหลักในการตัดสินใจเลือกเครื่องสำอาง ซึ่งจากผลทดสอบโดยใช้ครีมชนิดต่าง  ๆ เช่น ครีมบำรุงผิวหน้า ครีมบำรุงผิว และครีมต่อต้านริ้วรอย  ครีมลดต่อต้านเซลลูไลท์ ทั้งแบบที่มีส่วนผสมของสารที่มีสี และ ไม่มีสี มาใช้เป็นตัวเลือก ผลการศึกษาพบว่ากระบวนการตัดสินใจในการเลือกเครื่องสำอางที่มีประโยชน์จะส่งผลต่อการตัดสินใจ และความพึงพอใจของผู้บริโภค แต่องค์ประกอบทางด้านอารมณ์กลับมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากกว่า โดย วาเนสซ่า อปาโอลาซ่า หัวหน้านักวิจัยของ UPV กล่าวว่า วาเนสซ่าได้อธิบายว่า “ความรู้สึกของความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จะเกิดขึ้นจากการขจัด หรือ ลดความรู้สึกกังวล และความรู้สึกผิด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบมากที่สุด” นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการวิจัยได้ทำการสำรวจความคิดเห็นส่วนตัวของผู้หญิง ช่วงอายุระหว่าง 18-50 ปี จำนวน 355 ราย ด้านกระบวนการตัดสินใจในการเลือกซื้อ หรือ เลือกใช้เครื่องสำอาง […]

เพิ่มมูลค่าจาก “เศษข้าว” ด้วยการวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรทำความสะอาดผิว

จากเศษข้าวไร้ราคา แต่แฝงด้วยคุณค่าที่สำคัญ สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทำความสะอาดผิว รูปแบบสครับ ผลงานวิจัยโดย สำนักเทคโนโลยีชุมชน กรมวิทยาศาสตร์บริการ   กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดยสำนักเทคโนโลยีชุมชน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร โดยนำมาผ่านกระบวนการวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่า จนได้เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรจากข้าว โดยนำเมล็ดข้าว ราคาต่ำที่ไม่สมบูรณ์มาแปรรูป เพื่อใช้เป็นผงขัดในผลิตภัณฑ์ขัดผิวรูปแบบผงข้าว (rice powder) ทดแทนเม็ดขัดแบบสครับ (scrub bead) เพื่อช่วยลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ และเน้นการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ที่ช่วยสร้างความโดดเด่น และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์          จากการวิจัยพบว่าลักษณะเด่นของข้าวนั้น เป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะข้าวสายพันธุ์ ไรซ์เบอร์รี่ (riceberry) หรือ ข้าวสีนิล เป็นสายพันธุ์ข้าวที่มีสีม่วงเข้ม และพบว่ามีสารสำคัญ อย่าง สารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) และแกมม่า-ออไรซานอล ( -oryzanol) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีส่วนช่วยในเรื่องการบำรุงผิวพรรณได้เป็นอย่างดี อาทิเช่น การชะลอความเสื่อมของเซลล์ เพื่อมความชุ่มชื้น ป้องกันรังสียูวี ต้านการอักเสบ ยับยั้งการสร้างเมลานิน และลดการระคายเคือง เป็นต้น  […]

งานวิจัยเพิ่มมูลค่า “โลชั่นน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์” ดูดซึมผ่านผิวหนังรวดเร็ว อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย

งานวิจัยเพิ่มมูลค่า “โลชั่นน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์”      จากมะพร้าวธรรมดาเพิ่มมูลค่าสู่โลชั่นน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ ดูดซึมผ่านผิวหนังรวดเร็ว อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย นวัตกรรมเครื่องสำอาง โดยสำนักเทคโนโลยีชุมชน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (วศ.) ทีมนักวิจัย วศ. ได้พัฒนาสูตรการผลิตโลชั่นน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ขึ้น โดยลักษณะเด่นของน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์นั้นมีองค์ประกอบเป็นกรดไขมันสายสั้นอยู่ในปริมาณมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เช่น คาไพรลิก (caprylic , C80:0) คาปริก (capric , C10:0) ลอริก (lauric , C12:0) ซึ่งกรดไขมันเหล่านี้ไม่สามารถพบในน้ำมันพืชชนิดอื่น และเป็นกรดไขมันที่มีขนาดเล็ก ส่งผลให้เกิดการดูดซึมสู่ผิวหนังได้ดี อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย (hypoallergenic properties)          โดยโลชั่นดังกล่าวฯ ที่ผลิตขึ้นมีการนำมาทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ด้านผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (มผช.551/2553) คือ ปริมาณจุลินทรีย์ต้องไม่เกิน 1x   โคโลนีต่อตัวอย่าง    1 กรัม และมีความเป็นกรด – ด่าง อยู่ระหว่าง […]

ค้นพบงานวิจัยใหม่ คาเฟอีนเพียง 4 แก้ว ช่วยกระตุ้น Mitochondria ให้ปกป้องหัวใจ

ผลการวิจัยพบว่าปริมาณความเข้มข้นของคาเฟอีนประมาณ 4 แก้วกาแฟ มีส่วนช่วยเสริมสร้างไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) ที่เป็นแหล่งพลังงานของเซลล์ให้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อกระตุ้นระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด          การบริโภคคาเฟอีนอาจมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่ลดลง รวมถึงโรคเบาหวานประเภท 2  โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง แต่กลไกของระบบการป้องกันการเกิดโรคเหล่านี้ยังขาดชัดเจน จากการศึกษาค้นพบว่า คาเฟอีน มีส่วนช่วยส่งเสริมการทำหน้าที่ของโปรตีนให้เข้าไปในเสริมสร้าง mitochondria ที่พบได้มากในกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และปกป้องเซลล์หัวใจ และหลอดเลือดจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามธรรมชาติ งานเผยแพร่ 21 มิถุนายน 2018วารสาร PLoS ชีววิทยาโดย Judi th Haendeler และ Joachim Altschmied ของคณะแพทย์, มหาวิทยาลัย ไอยูเอฟ-Leibniz สถาบันวิจัยการแพทย์สิ่งแวดล้อมใน Duesseldorf, เยอรมนี, และเพื่อนร่วมงานพบว่า ผลป้องกันได้ถึงที่ความเข้มข้นเทียบเท่ากับการบริโภคของกาแฟสี่ถ้วย นักวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าเมื่อความเข้มข้นที่เกี่ยวข้องกับสรีรวิทยา (เช่นระดับที่เพิ่มขึ้นหลังจากดื่มกาแฟ 4 ถ้วยขึ้นไป) คาเฟอีนช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานของเซลล์เยื่อบุช่องท้อง ซึ่งเป็นเส้นภายในหลอดเลือด และผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับ mitochondria เซลล์พลังงานของเซลล์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้พวกเขาแสดงให้เห็นว่าโปรตีนที่เรียกว่า p27 […]

อาหารเสริมแคปซูลขิงต้านอาเจียนสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัด

อาหารเสริมแคปซูลขิงต้านอาเจียนสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัด ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร วว. พัฒนาอาหารเสริมแคปซูลสารสกัดจากขิง เพื่อลดภาวะอาเจียนในผู้ป่วยโรคมะเร็งหลังการทำเคมีบำบัด          งานวิจัยและพัฒนาแคปซูลสารสกัดขิง เริ่มจากเตรียมสารสกัดขิงโดยมีการควบคุมคุณภาพ การวิเคราะห์สารสำคัญคือ 6-Gingerol และ 6-Shogao ต่อจากนั้น นำสารสกัดขิงมาศึกษากลไกการต้านอาเจียนที่เกิดขึ้นโดยการศึกษาฤทธิ์การหดตัวของลำไส้เล็กที่แยกจากหนู (Rat) ที่ได้รับการป้อนสารสกัดขิง (Exvivo study) พบว่าหนูที่ได้รับสารสกัดขิง มีการหดตัวของลำไส้ลดลงจาก 70% เป็น 40% แสดงว่าสารสกัดขิงน่าจะมีผลยับยั้งการทำงานของ muscarinic receptor ที่อยู่บนกล้ามเนื้อเรียบของลำไส้เล็ก จากคุณสมบัติเหล่านี้ จึงนำสารสกัดขิงมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดแคปซูล และนำไปทดสอบฤทธิ์ต้านการคลื่นไส้อาเจียนในสุนัขป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด โดยทำการศึกษาแบบ randomized, cross-over clinical trial จากผลการทดลองพบว่าสุนัขที่ได้รับแคปซูลสารสกัดขิง มีอุบัติการณ์ ควบคุมกลุ่มอาการ CINV (Chemotherapeutic-induced Nausea and Vomiting)  ในระยะเฉียบพลันและระยะล่าช้า ได้ผลเทียบเท่ากับสุนัขที่ได้รับยา Metoclopramide ในส่วนความปลอดภัยพบว่าสารสกัดขิงเมื่อนำมาทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันทางปาก พบว่าสารสกัดขิงมีค่า LD50 มากกว่า 2,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัม […]

ก้าวอีกขั้นกับนวัตกรรมเครื่องสำอาง ด้วยครีมกันแดด ไล่ยุงได้!!

นวัตกรรมเครื่องสำอางแบบ 2 in 1 ด้วยครีมกันแดดไล่ยุงออกฤทธิ์ ชนิดกันน้ำ ผลงานนวัตกรรมของ      ดร.ชนานันท์  เอี่ยมสำอาง นักวิจัยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยครีมกันแดดเป็นสิทธิบัตรของศูนย์นาโนเทคโนโลยี ถือเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางประเภทหนึ่งที่มีความน่าสนใจที่สามารถปกป้องผิวจากการถูกทำลายจากแสง UV แล้วยังช่วยลดความเสี่ยงในเกิดติดโรคโดยมียุงเป็นพาหะ          จุดเริ่มต้นของครีมกันแดดไล่ยุงออกฤทธิ์เนิ่นชนิดกันน้ำ เริ่มต้นวิเคราะห์จากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคที่มียุงเป็นพาหะนำโรคมาสู่มนุษย์ โดยวิธีป้องกันยุงจำเป็นต้องใช้สารเคมีที่ออกฤทธิ์ไล่ยุงได้เป็นระยะเวลานาน อย่างสาร DEET ซึ่งเป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่จะส่งผลต่อการเกิดอาการข้างเคียงที่ผิวหนัง ระบบประสาทและภูมิคุ้มกัน        จุดเด่นของงานวิจัย เป็นครีมกันแดด 2 in 1 คุณสมบัติกันแดดและไล่ยุงพร้อมกัน เป็นการพัฒนาสูตรตำรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่อการไล่ยุงได้นานมากขึ้น ด้วยกระบวนการทางนาโนเทคโนโลยี โดยฤทธิ์สำคัญของกันแดด กับ ไล่ยุง ไม่มีผลซึ่งหักล้างซึ่งกันและกัน โดยมีส่วนประกอบสำคัญเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ถูกห่อหุ้มในรูปแบบอนุภาคนาโน จึงลดระคายเคืองต่อผิวหนัง และเพิ่มระยะเวลาการออกฤทธิ์ไล่ยุงได้นานถึง 6 ชั่วโมง   ครีมกันแดดไล่ยุงออกฤทธิ์เนิ่นชนิดกันน้ำ ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีออกฤทธิ์ไล่ยุง DEET เพื่อลดความเป็นพิษที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนัง ช่วยลดความถี่ของการทาครีมกันแดดไล่ยุง และไม่มีผลทำให้ทั้งค่า SPF […]