กลับสู่ด้านบน

มะเร็ง

วันมะเร็งโลก

วันมะเร็งโลก

หลายคนอาจยังไม่ทราบนะค่ะว่าวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ของทุกปีคือ วันมะเร็งโลก เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันโลกได้ให้ความสำคัญกับโรคมะเร็งมากขึ้น และมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี เพื่อเป็นการให้ทุกคนได้ตะหนักถึงภัยร้ายจาก โรคมะเร็ง และรณรงค์ให้คนทั่วโลกหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นเพื่อป้องกันการเกิดโรค องค์การอนามัยโลกและสมาคมต่อต้านมะเร็งสากลจึงกำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปีคือวันมะเร็งโลก (World Cancer Day) เพื่อบรรเทาปัญหาการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง หลังพบว่า มะเร็ง เป็นโรคร้ายอันดับหนึ่งที่พรากชีวิตคนทั่วโลกไปจากครอบครัวและคนที่รักไปถึงปีละประมาณ 8.2 คน ซึ่งในจำนวนที่กล่าวมาพบว่าบุคคลที่มีอายุระหว่าง 30-69 ปีถึง 4 คน ที่ต้องมาเสียชีวิตก่อนวัยอันควร สะท้อนให้เห็นแนวโน้มของการเกิดโรคมากขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงาน และหลายหน่วยงานต่างหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร และส่วนใหญ่พบว่าเกิดจากกิจกรรมการดำรงชีวิตในแต่ละวัน ทั้งการกิน การนอน และมลพิษในอากาศต่างๆ ที่อยู่รอบตัว รวมถึงเทคโนโลยีและวิถีชีวิตยุคใหม่ที่แตกต่างไปจากอดีต สำหรับประเทศไทย ในทุกๆ 1 ชั่วโมงจะมีคนไทยเสียชีวิตจาก โรคมะเร็ง เฉลี่ย 7 คนหรือปีละประมาณ 60,000 รายและยังพบอัตราการเกิดโรคมะเร็งที่เพิ่มขึ้นทุกปีและยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ขาดโอกาสรักษา เพราะด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทาง บริษัท เซนอินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด เอง […]

แคดเมียม Cadmium คืออะไร

แคดเมียมคืออะไร Cadmium ? แคดเมียม เป็นโลหะหนัก ที่มาจากธรรมชาติ เช่น ดิน หรือ น้ำ ที่พบได้มากตามโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมทางการเกษตร เป็นสารที่พบได้มากอยู่ในสินค้าประเภทแบตเตอรี่ และ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากทางการหายใจ โดยสารแคดเมียมนี้ จะสะสมอยู่ในร่างกาย หากมีสารแคดเมียมในร่างกายปริมาณมากๆ จะส่งผลต่อการทำงานของไตและระบบหายใจ ซึ่งมีหลายงานวิจัยได้ชี้ว่าสารแคดเมียมกระตุ้นการเกิดโรคมะเร็ง อีกด้วย สาร แคดเมียม Cadmium พบได้ในไหน? แคดเมียม สามารถปนเปื้อนในรูปแบบฝุ่งละอองอยู่ในอากาศ แต่ก็มีอาหารบางอย่างที่เป็นแหล่งสะสมของสารชนิดนี้ เช่น หอย และพบได้จากผักที่ฉีดสารเคมี และมีการพบว่า ในประเทศไทยมีการปนเปื้อนจำนวนมากในข้าว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมการปลูกข้าวในแต่ละพื้นที่เช่น พื้นที่การปลูกอยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม หรือ ใกล้กับแหล่งน้ำที่อุดมไปด้วยเหล็กสังกะสี และยังสามารถพบได้มากในพวกตระกูลธัญพืช หากร่างกายได้รับ แคดเมียม มากเกินไป จะส่งผลต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง? การตรวจหาสารแคดเมียม ในอาหารทำได้จากการส่งตัวอย่าง ผลิตภัณท์มายังห้องแลปวิจัยเพื่อใช้ตรวจหาปริมาณ แคดเมียม หากมีการปนเปื้อนในสินค้ามาก จะทำให้เกิดอาการ ปวดท้อง ปวดหัว คลื่นไส้ และสามารถตรวจหาปริมาณสารในร่างกายด้วยการตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ แคดเมียม สามารถพบได้ในอาหาร หรือไม่? […]

งานวิจัยใหม่!! เผยคนทานเนื้อแดงมากๆ เสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง!!

จากการวิจัยและสังเกตุการกลุ่มคนที่บริโภคเนื้อแดง พบว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งสูงกว่าคนปกติ เนื่องจากว่ายีน CHAM ที่มีหน้าที่สังเคราะห์น้ำตาล Neu5Gc ซึ่งจะมีอยู่ในเนื้อแดง เนื้อปลาบางชนิด และผลิตภัณฑ์นม นั่นหมายความว่าร่างกายเราไม่สามารถผลิตน้ำตาล Nue5Gc ได้เอง แต่ Nue5Gc จะเข้าไปในร่างกายก็เมื่อเราบริโภคเข้าไปเท่านั้น และ ยีน จะทำหน้าที่สังเคราะห์ Nue5Gc และไปกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย จะก่อให้เกิดปฏิิกิริยาและกระตุ้นการอักเสบ รวมไปถึงก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคมะเร็งตามมา อย่างไรก็ตามตอนนี้เรารู้แต่เพียงว่ามีสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดที่ผลิต Nue5Gc และในความพยายามที่จะศึกษาเพิ่มเติมของนักวิทยาศาสตร์จาก University of Nevada ได้วิเคราะห์ 322 จีโนม ของสัตว์ และเขียนในแผนวิวัฒนาการทั้งหมด พวกเขาพบว่ายีนในแบคทีเรียบางกลุ่มและในกลุ่มของสาหร่าย, กลุ่มสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังและสัตว์ทะเลไฟลัม Echinodermate และหนึ่งในผลการศึกษาพบว่า ในเนื้อปลามี Nue5Gc  แต่ในไข่ปลาคาเวียร์มีระดับน้ำตาล Nue5Gc ที่สูง นั้นอาจเป็นเพราะยีนจะแสดงออกเฉพาะในไข่ปลาและรังไข่เท่านั้น ไข่ปลาคาเวียร์ถือเป็นหนึ่งในอาหารที่แพงที่สุดในโลกกลับกลายเป็นอาหารที่มี Nue5Gc สูงที่สุด ถึงอย่างไรก็ตามการศึกษายังระบุต่ออีกว่า ยังมีปลาอีกหลายสายพันธ์ที่ไม่มียีน CMAH ซึ่งในไข่ปลาคาเวียร์เหล่านั้นก็จะปราศจาก Nue5Gc เช่นกัน ขณะที่การศึกษาวิจัยไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก […]

รู้ทันก่อนเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง!!

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) จัดเป็นโรคมะเร็งของระบบโลหิตวิทยา หรือระบบโรคเลือด เป็นมะเร็งที่เกิดกับเนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลือง ซึ่งคือต่อมน้ำเหลืองที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย เช่น บริเวณลำคอ รักแร้ ขาหนีบ ข้อพับแขน ข้อพับขา ในช่องอก และในช่องท้อง และนอกจากในต่อมน้ำเหลืองแล้ว เซลล์ต่อมน้ำเหลืองยังมีอยู่ทั่วไปในอวัยวะทุกๆ อวัยวะทั่วร่างกาย ซึ่งสามารถเกิดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้ทั้งสิ้น เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองของสมอง ของกระเพาะอาหาร ของลำไส้เล็ก ของลำไส้ใหญ่ ของผิวหนัง ของโพรงจมูก และของไซนัส ซึ่งมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทั้งของต่อมน้ำเหลืองเอง และของเนื้อเยื่อต่าง ๆ มีสาเหตุ อาการ วิธีวินิจฉัย ระยะโรค แนวทางการรักษา และความรุนแรงโรคคล้ายคลึงกัน โดยปกติระบบน้ำเหลืองของร่างกายมีหน้าที่ต่อสู้เชื้อโรค โดยการขนส่งน้ำเหลืองไปตามหลอดน้ำเหลืองทั่วร่างกาย เมื่อต่อมน้ำเหลืองทำงานผิดปกติ ปัญหาที่สำคัญคือ ภูมิคุ้มกันต่ำลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มีได้หลากหลายชนิดของเซลล์มะเร็ง ซึ่งแต่ละชนิดของเซลล์มะเร็งจะมีความรุนแรงโรคต่างกัน อย่างไรก็ตาม มะเร็งต่อมน้ำ เหลืองแบ่งได้เป็น 2 ชนิดหลัก คือ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน (Hodgkin’s disease เรียกย่อว่า HD/เอชดี หรือ […]

9 เคล็ดลับอาหารต้านมะเร็ง

9 เคล็ดลับอาหารต้านมะเร็ง กินผักหลากสี เช่น มะเขือเทศฟักทอง แครอท คะน้า บล็อคโคลี่ ผักบุ้ง กวางตุ้ง ตำลึง กะหลํ่าสีม่วง มะเขือม่วง ผักกาดขาว ดอกแค เป็นต้น ควรทานผลไม้ที่มีวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อาหารธัญพืชและเส้นใย ธัญพืชเต็มเมล็ด คือ ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือขัดสีน้อยที่สุดทำให้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ได้แก่ข้าวกล้อง ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ลูกเดือยเป็นต้น เครื่องเทศมีสรรพคุณลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้ เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระเช่น ชาเขียว นํ้าแครอท นํ้าส้ม นํ้าขิง เป็นต้น ปรุงอาหารอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงการปิ้งย่างจนไหม้เกรียมและอาหารแบบดิบๆ สุกๆ โดยเฉพาะปลานํ้าจืดที่มีเกล็ด ไม่ใช้นํ้ามันทอดซํ้าหลายๆ ครั้ง หลีกเลี่ยงอาหารไขมันได้แก่ ไขมันอิ่มตัวเช่น กะทิ เนย ไขมันสัตว์ ลดบริโภคเนื้อแดง ควรจำกัดการรับประทานเนื้อแดงให้เหลือเพียงสัปดาห์ละ 500 กรัม เกลือแกงอาหารหมักดองต้องน้อยลง ในวันหนึ่งๆควรบริโภคเกลือไม่เกินวันละ 6 กรัม ทั้งนี้ ควรเลือกทานอาหารหลากหลายครบ […]

อาหาร 9 อย่างก่อมะเร็ง ที่แม้แต่หมอยังไม่กล้ากิน

  ครอบครัวของแพทย์ส่วนใหญ่ ล้วนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เกี่ยวกับด้านสุขภาพของบุคคลในครอบครัว และแพทย์ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาหารที่ไม่มีประโยชน์รวมถึงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและรักษาสมดุลให้แก่ร่างกาย แต่ถ้าหากคุณกำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก คุณคงจะรู้สึกอึดอัดไม่น้อย หากต้องห้ามทานสิ่งของเหล่านี้ คุณคงสงสัยสินะ…ว่าแพทย์ที่ให้คำแนะนำ เขาได้เลิกทานสิ่งเหล่านี้จริงหรือ??  อย่างน้อยก็แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอายุรศาสตร์มะเร็งนี่แหละ ที่เลิกทานได้จริง และหากคุณได้รู้ว่ามันเป็นยังไง คุณก็คงทำเหมือนกับพวกเขาเหมือนกัน 1.สารให้ความหวาน Dr. Steven G. Eisenberg แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอายุรศาสตร์มะเร็งที่ California Cancer Associates  เขาพยายามหลีกเลี่ยงสารให้ความหวาน และพยายามวิจัยเพื่อหาผลกระทบของสารให้ความหวานกับร่างกายของเรา และยังแนะนำให้ใช้สารทดแทนจากธรรมชาติ เช่นหญ้าหวาน แทน 2.ข้าวโพดคั่วสำเร็จรูป ข้าวโพดคั่วสำเร็จรูปสำหรับเข้าไมโครเวฟ บรรจุในรูปแบบซอง ซึ่งมีสารDiacetyl ที่อยู่ในกลิ่นเนยสังเคราะห์ กลิ่นเนยสังเคราะห์จะปล่อย Diacetyl ออกมามากเมื่อโดนความร้อน สารดังกล่าวยังทำให้ก่อโรคมะเร็ง หน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหรัฐตระหนักถึงสาเหตุการเกิดโรคมะเร็ง จากสาร perfluoro octanoic acid (PFOA) มักพบในเยื่อบุถุงเข้าไมโครเวฟ 3.อาหารที่ใส่สีผสมอาหารที่สังเคราะห์ทางเคมี แม้จะถูกอนุญาตให้ใช้ในอาหารได้ แต่หากบริโภคในปริมาณที่มากและสารอันตรายจากสีสะสมอยู่ภายในร่างกาย อาจเกิดอันตรายต่อผู้บริโภคอย่างโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร สีบางอย่างยังส่งผลทำให้เกิดมะเร็งที่ต่อมท่อน้ำเหลือง และอวัยวะอื่นๆ 4.เนื้อสัตว์แปรรูป ตามองค์กรอนามัยโรคประกาศว่าเนื้อสัตว์ที่แปรรูป เช่น เบคอน ไส้กรอก และแฮม การรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูป […]

CRISPR การตัดต่อยีน มุ่งเป้าเพื่อใช้รักษา มะเร็ง

CRISPR อาจจะเป็นคำที่ไม่ค่อยคุ้นหูนัก แต่มันคือเทคโนโลยีใหม่ทางการแพทย์ ที่แสดงศักยภาพได้เป็นอย่างมากในการรักษาโรค และตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้มันเพื่อ”รักษา” มะเร็งเนื้องอก , การหยุดการเจริญเติบโตของเนื้องอกและตอนนี้ได้ทดลองกับหนูและผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจในการศึกษาครั้งนี้ crispr ก็เน้นย้ำไปที่การรักษาแบบไฮบริดของการผิดปกติของเซลโปรตีน ซึ่งมักก่อให้เกิดมะเร็งได้ หรือช่วยให้มันเติบโต โดยยีนฟิวชั่นเหล่านี้ยังมีดีเอ็นเอพิเศษ ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยพิตส์เบิร์ก สามารถใช้เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งได้ โดยออกแบบให้เป็นรูปแบบไวรัสเพื่อเข้าไปฆ่าเซลลมะเร็ง   ” นี่เป็นครั้งแรกของโลก ที่จีนจะได้ใช้เทคโนโลยีนี้ในการรักษามะเร็ง, นักวิจัย Jian Hua Luo” มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก สำหรับสิ่งที่อาจจะกลายเป็นวิธีการใหม่เพื่อการรักษาโรคมะเร็ง ” .crispr ยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ตัดต่อ DNA ในเซลล์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุง และมันได้ถูกใช้เพื่อกระตุ้นเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับบางชนิดของโรคมะเร็งในการทดลอง crispr ตัดต่อยีนมะเร็ง ถูกฉีดเข้าไปในต่อมลูกหมากหนูที่เป็นมะเร็ง และ ถูกฉีดเข้าไปในตับของหนูที่เป็นมะเร็งตับ โดยผลลัพธ์ เนื้องอกลดลงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีการเจริญของเซลมะเร็งต่อไปหลังจากนั้น โดยทั้งหมดรอดจนครบการทดสอบ 8สัปดาห์โดยในการทดลองอีกฝั่ง ได้ทำการนำหนูที่ไม่ได้รับการรักษาเนื้องอกมะเร็งซึ่งปรากฏว่ามีเนื้องอกเพิ่มขึ้น 40 เท่า , และมีการแพร่กระจายเซลมะเร็ง และพวกตายก่อนครบกำหนดการทดลอง แต่ในการทดลอง การตัดต่อของยีนไม่ได้ฆ่าเซลมะเร็งทั้งหมดได้ แต่ก็หวังว่าจะเป็นไปได้ในอนาคตนี้